กรุงเทพฯ – แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ร่วมกับ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล สานต่อกิจกรรม #GirlsTakeOver ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน หรือ Young Health Programme (YHP) ประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กหญิงสากล (International Day of the Girl Child) เพื่อส่งเสริมสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศของเด็กผู้หญิง พร้อมจับมือกับองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และ กรุงเทพมหานคร ในการเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปและแสดงศักยภาพในการทดลองสวมบทบาทการทำงานในองค์กร ผ่านกรณีศึกษาต่างๆ พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อสังคมในแง่มุมที่หลากหลาย ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันที่ 11 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กหญิงสากล เพื่อตระหนักถึงสิทธิของเด็กผู้หญิงและความท้าทายในประเด็นต่างๆ ที่เด็กผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติ การใช้ความรุนแรง การเสียชีวิตหรือเกิดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความเสี่ยงต่อความพิการ การคลอดบุตรก่อนกำหนด การถูกบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร มากไปกว่านั้น เด็กหญิงและสตรีมักจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบด้านภาระทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยผู้หญิงมักมีแนวโน้มที่จะต้องออกจากงานประจำหรือโรงเรียนเพื่อมาดูแลบุคคลในครอบครัว เป็นต้น ซึ่งตัวอย่างที่กล่าวไป แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่เด็กหญิงและสตรีไม่ได้รับความเสมอภาคเท่ากับเพศชาย
ดังนั้น ในปีนี้ องค์กรชั้นนำระดับโลก นำโดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และกรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกันสานต่อกิจกรรมภายใต้โครงการ Young Health Programme เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคของสิทธิเด็กผู้หญิง พร้อมกับความตั้งใจในการสร้างสภาวะการเป็นผู้นำ ผ่านกิจกรรม #GirlsTakeOver ภายใต้ธีม “บทบาทของผู้นำหญิงภาครัฐผู้หนุนเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ” โดยเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนหญิงอายุ 16 – 22 ปี จำนวน 8 คน จาก 5 โรงเรียนและ 3 มหาวิทยาลัย สวมบทบาทสมมติในสถานการณ์จำลองของแต่ละองค์กร เพื่อร่วมกันระดมความคิดเป็นกลุ่มและแสดงคุณสมบัติความเป็นผู้นำตามบทบาทหน้าที่ พร้อมสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันประสบการณ์ และส่งเสริมการทำงานเป็นทีมที่ดี ซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กผู้หญิงให้ต่อยอดไปสู่การเป็นผู้นำที่มีคุณภาพและสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคมต่อไป
นายโรมัน รามอส ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แอสตร้าเซนเนก้า มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการผลักดันนโยบายด้านความหลากหลายและเท่าเทียม รวมไปถึงการส่งเสริมการยอมรับในความแตกต่างและการมีส่วนร่วม (Inclusion & Diversity) ของทุกคนในสังคม รวมถึงเยาวชน ซึ่งกิจกรรม #GirlsTakeOver ในครั้งนี้ มีส่วนช่วยในการส่งเสริมและผลักดันความเท่าเทียมทางเพศให้แก่เด็กผู้หญิง ผ่านการสร้างสถานการณ์และจำลองสภาพแวดล้อมในบทบาทการเป็นผู้นำ โดยในครั้งนี้ เราได้ผนึกกำลังกับองค์กรชั้นนำที่มีผู้บริหารมากความสามารถจากหลากหลายแวดวง เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้และทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ในโลกการทำงานที่แตกต่างกันจากผู้มีประสบการณ์จริง ซึ่งเราเชื่อว่ากิจกรรมในวันนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดี พร้อมก่อให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจแก่เด็กและเยาวชนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของสังคมในอนาคต”
ดร. รังสิมา ไอราวัณวัฒน์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า “องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล เชื่อมั่นในพลังของเด็กหญิงและเยาวชนหญิง สิ่งสำคัญ คือ การเสริมพลังและพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ รวมถึงเปิดเวทีให้พวกเขาได้แสดงความคิดเห็น ให้พวกเขาได้อยู่แถวหน้าและร่วมตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบกับเขา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นผู้นำในทุกระดับในอนาคต”
นางสาวสุชนา สินธวถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า “depa มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญระดับสากลนี้ โดยเรามีภารกิจในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ และในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้บริหารหญิง จึงขอใช้โอกาสนี้ในการถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ ให้แก่เยาวชนหญิง ได้จำลองบทบาทการเป็นผู้บริหาร ผ่านกิจกรรม #GirlsTakeOver ในครั้งนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความพร้อมให้แก่เยาวชนหญิงที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคตได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญดังกล่าวจะสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการสร้างความตระหนักในวงกว้างและส่งผ่านแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่น จากผู้น้อยไปสู่ผู้นำ จากผู้ทำตามไปสู่ผู้ริเริ่มด้วยตนเอง เพื่อนำไปสู่การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมทั้งระดับประเทศและระดับสากลต่อไป”
นางแอนนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน กล่าวว่า “การส่งเสริมสิทธิเด็กและสตรีถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลสวีเดนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงได้ทดลองสวมบทบาทการเป็นผู้นำและแสดงตัวตนให้ผู้อื่นได้รับรู้ นับเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ซึ่งจะนำไปสู่โลกที่เท่าเทียม รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมโดยรวม ทั้งนี้ ทางสถานทูตรู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม Girls Take Over ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กผู้หญิง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองและสามารถกำหนดแนวทางในชีวิตและในระดับสังคมต่อไปในอนาคต”
นายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรทุ่มเทที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับสตรีและเด็กหญิง รวมทั้งสร้างการเปลี่ยนถ่ายอำนาจสู่พวกเธอที่จะเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและผู้นำในอนาคต กิจกรรม Girls Take Over เป็นโอกาสอันดีที่ทางสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยได้ร่วมมือกับบริษัทของสหราชอาณาจักร อย่าง แอสตร้าเซนเนก้าเพื่อสื่อสารกับอนาคตผู้นำสตรีของไทย รวมถึงทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของไทยจัดงานเวิร์คชอปทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักร-ไทยในด้านการศึกษาจีโนมและการพัฒนาวัคซีนอีกด้วย เรายินดีที่ได้ร่วมงานส่งเสริมประเด็นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และการเสริมสร้างบทบาทของสตรี อันเป็นสองสิ่งที่ สหราชอาณาจักรให้ความสำคัญไปทั่วโลก”
ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ในฐานะกรุงเทพมหานคร เราเห็นความตั้งใจของ
เยาวชนที่เลือกมาศึกษางานจากหน่วยงานระดับท้องถิ่น เนื่องจากการจัดกิจกรรมประเภทนี้เข้าถึงหน่วยงานระดับท้องถิ่นน้อยมาก ซึ่งการมอบโอกาสให้เยาวชนกลุ่มนี้เข้ามาเรียนรู้งานจะทำให้พวกเขาได้รับความรู้และความเข้าใจในงานของท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น และยังถือเป็นโอกาสให้เราได้เป็นตัวแทนของหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศ นอกจากนี้กิจกรรม #GirlsTakeover2023 ยังแสดงให้เห็นแล้วว่าผู้หญิงสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้โดยไร้ข้อจำกัด เช่น เป็นนักผจญเพลิง หรือเป็นแพทย์”
กิจกรรม #GirlsTakeOver เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #GirlsBelongHere แคมเปญระดับสากล ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน หรือ Young Health Programme (YHP) ซึ่งดำเนินกิจกรรมพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลกในทุกปี แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พร้อมพันธมิตร ร่วมกันเดินหน้ารณรงค์และส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมทางสังคมและขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่กำลังขวางกั้นศักยภาพของเหล่าเด็กหญิงในสังคมต่อไป
เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #GirlsTakeOver โดยแอสตร้าเซนเนก้า ได้ที่
https://www.younghealthprogrammeyhp.com/young-leaders/girls-belong-here.html
###
เกี่ยวกับ โครงการ Young Health Programme
โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน (Young Health Programme - YHP) ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า มุ่งเน้นการปลูกฝังองค์ความรู้ การดูแลสุขภาพ ให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 10-24 ปี ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและความเปราะบางให้ห่างไกลจากปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพจิต
โครงการ Young Health Programme ดำเนินงานร่วมกับ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และ UNICEF และใช้ฐานองค์ความรู้จากข้อมูลการวิจัยจากสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ Johns Hopkins Bloomberg มีการดำเนินการไปแล้วกว่า 30 ประเทศ และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีข้อมูลในการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังไปแล้วกว่า 12 ล้านคน โครงการ Young Health Programme มุ่งเน้นสนับสนุนการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการป้องกัน และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชน การนำข้อมูลความรู้จากงานวิจัย และการผลักดันนโยบายด้านสุขภาพ รวมทั้งสนับสนุนการสร้างแกนนำนักเรียนและนักศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ โครงการ Young Health Programme เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้านความยั่งยืนของ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ที่จะใช้ทรัพยากรและความสามารถขององค์กรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงมีความหมายต่อความต้องการด้านสุขภาพของสังคม
เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Young Health Programme ได้ที่ http://www.younghealthprogrammeyhp.com
เกี่ยวกับ แอสตร้าเซนเนก้า
แอสตร้าเซนเนก้า (ชื่อย่อหลักทรัพย์ AZN ในตลาดหลักทรัพย์ LSE/ STO/ Nasdaq) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มยาโรคมะเร็ง กลุ่มยาโรคหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ และกลุ่มยาโรคทางเดินหายใจ แอสตร้าเซนเนก้า มีฐานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมยาต่างๆ จากแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาไปยังเว็บไซต์ astrazeneca.com และช่องทางทวิตเตอร์ @AstraZeneca
เกี่ยวกับ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร มีการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อส่งเสริม พัฒนา คุ้มครองสิทธิเด็ก และความเสมอภาคสำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้เริ่มเข้ามาดำเนินการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนที่มีเด็กเป็นศูนย์กลางเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก มีแนวทางในการทำงานร่วมกับเด็ก เยาวชน ผู้สนับสนุน และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มตั้งแต่จุดเล็กที่สุดอย่างครอบครัว แล้วขยายสู่ชุมชน เพื่อรังสรรค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และในระดับสากล เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ที่ http://plan-international.org/thailand และกดติดตามเพจ https://www.facebook.com/plan.thailand
References
1. International Day of the Girl Child
https://www.unesco.org/en/days/girl-child
2. International Day of the Girl Child
https://www.unfpa.org/events/international-day-girl-child
TH-16098