ดีป้า จับมือ แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพ มุ่งยกระดับระบบสาธารณสุขไทย และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น


6 ตุลาคม 2566, กรุงเทพมหานครดีป้า และ แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) เดินหน้าความร่วมมือการส่งเสริมการนำนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพมาใช้ยกระดับระบบสาธารณสุขไทย ต่อยอดการนำเทคโนโลยี AI ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้น และขยายผลสู่การตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดอื่น ตั้งเป้าหมายดำเนินการกับโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ เล็งขยายโอกาสการให้บริการในพื้นที่ห่างไกลและโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต้องลดต้นทุนการให้บริการตรวจสุขภาพ



ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ นายโรมัน รามอส ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ‘Accelerate the Development and Delivery of Digital Healthcare in Thailand’ เพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพมาใช้ยกระดับระบบสาธารณสุขในประเทศไทย โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานในพิธีลงนาม ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ



นายประเสริฐ เปิดเผยว่า การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และการเกิดขึ้นของโรคอุบัติใหม่ล้วนเป็นปัจจัยท้าทายระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน อีกทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งหลังจากการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ทำให้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบสาธารณสุขเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลเล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับระบบการทำงานเพื่อลดทอนเวลาและขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่าย อีกทั้งเพิ่มความถูกต้องแม่นยำ ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนระบบสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย

กระทรวงดิจิทัลฯ มีความตั้งใจที่จะบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติด้านสุขภาพผ่านการดำเนินงานของ ดีป้า โดยมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการดำเนินโครงการเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลด้านสุขภาพและการดูแลรักษาโรคร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเชื่อมโยงไปสู่การส่งเสริมกลไกช่วยเหลือดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล องค์ความรู้ ตลอดจนโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมถึงการสร้างความตระหนักในวงกว้างเกี่ยวกับการดูแลรักษาโรคด้วยดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงเป็นที่มาของการลงนามความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และ แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ในวันนี้รมว.ดีอี กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า เมื่อปี 2564 ดีป้า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) เป็นครั้งแรกในการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพ (Digital Health) โดยมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ทั้งการเปิดตัวโครงการนำร่อง ‘ตรวจไว สู้ภัยมะเร็งปอด’ ร่วมกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว โดยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นในผู้ป่วยกว่า 10,000 ราย รวมถึงการบูรณาการการทำงานกับสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในการพัฒนา ‘Asthma Excellence’ แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรคหืด ซึ่งที่ผ่านมามีบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศกว่า 3,000 รายนำแอปพลิเคชันดังกล่าวมาใช้อำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับความร่วมมือ Accelerate the Development and Delivery of Digital Healthcare in Thailand เพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพมาใช้ยกระดับระบบสาธารณสุขในประเทศไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้น และขยายผลไปสู่การตรวจคัดกรองมะเร็งและวินิจฉัยโรคประเภทอื่น ซึ่งมีเป้าหมายที่จะดำเนินการกับโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และขยายโอกาสการให้บริการในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต้องลดต้นทุนการให้บริการตรวจสุขภาพผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ด้าน นายโรมัน รามอส กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ดำเนินงานภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะค้นคว้า คิดค้นนวัตกรรมยาและโซลูชันต่าง ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงการริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่เป็นมากกว่าการรักษา เพื่อส่งเสริมการป้องกันโรคและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการตรวจวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้นผ่านการทำงานกับพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน โดย แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ ดีป้า ในการผลักดันการใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรมดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ โดยเชื่อว่า อนาคตที่ยั่งยืนเกิดจากการที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง



การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ Accelerate the Development and Delivery of Digital Healthcare in Thailand ในครั้งนี้จะเป็นการสานต่อความร่วมมือในโครงการ Don’t Wait. Get Checked. 2.0 ที่ดำเนินการร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่ม
ขีดความสามารถของการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี AI ในเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดอัตราการเสียชีวิต รวมถึงการขยายขอบเขตการทำงานไปสู่หน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัดหรือภูมิภาค เพื่อพัฒนาการใช้เทคโนโลยี AI ในผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่น อาทิ มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ ฯลฯ ต่อไป
ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) กล่าว

---------------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับ สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยจะดำเนินงานภารกิจตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศ

เกี่ยวกับ แอสตร้าเซนเนก้า

แอสตร้าเซนเนก้า (ชื่อย่อหลักทรัพย์ AZN ในตลาดหลักทรัพย์ LSE/ STO/ Nasdaq) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มยาโรคมะเร็ง กลุ่มยาโรคหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ และกลุ่มยาโรคทางเดินหายใจ แอสตร้าเซนเนก้า มีฐานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมยาต่าง ๆ จากแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาไปยังเว็บไซต์ astrazeneca.com และช่องทางทวิตเตอร์ @AstraZeneca

TH-15827